This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

ดูบอลออนไลน์นอริช ศูนย์รวมลิ้ง

No Comments
ดูบอลออนไลน์นอริช

ดูบอลออนไลน์นอริช ศูนย์รวมลิ้งดูบอลสด ดูบอลโลก 2019

ดูบอลออนไลน์นอริช รัสเซีย ดูฟรี ดูบอลออนไลน์ ดีที่สุดในไทย อัพเดทลิ้งเร็วสุด มือถือก็ดูได้ เพียงคลิ๊ก ดูบอลออนไลน์ นานามูฟวี่ บนตารางบอลวันนี้ … 5-10 นาที

ขอให้มีความสุขในการ ดูบอลออนไลน์ นิวซีแลนด์ บอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด นัด ชิง ยู ฟ่า พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไทยลีก ลาลีกาสเปน …. โมฮัน บากอน … บราวน์ชไวก์ ดูบอลออนไลน์ นาโปลี

สมุนไพรพิทักษ์สตรี สมุนไพรกําลังเสือโคร่ง

No Comments

สมุนไพรพิทักษ์สตรี

สมุนไพรพิทักษ์สตรี สมุนไพรกําลังเสือโคร่ง ชนิดนี้จัดเป็นไม้เลื้อยที่มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขวากไก่ หนามเข็ม (ชัยภูมิ), ขอเบ็ด (หนองคาย), เขี้ยวงู (ชุมพร), ขี้แรด (ปราจีนบุรี), ตึ่ง เครือดำตัวแม่ (ลำปาง), เล็บครุฑ (จันทบุรี), หมากตาไก้ (เลย), เล็บรอก (พัทลุง), เบน เบนขอ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น

สมุนไพรพิทักษ์สตรี

ต้นกำลังเสือโคร่ง จัดเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาขนาดใหญ่ มีลำต้นสีเขียวอมเทาถึงสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลอมดำ ลำต้นกลมหรือเป็นเหลี่ยม ไม่มีช่องอากาศ ลำต้นมีหนามตามง่ามใบ มีมือจับอันเดียวและมีขน สามารถพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าดงดิบแล้ง ป่าละเมาะ และป่าโปร่งทั่ว ๆ ไป

สรรพคุณ

ลำต้น กาลังเสือโคร่ง สรรพคุณทางยาช่วยขับพยาธิในท้อง ช่วยบำรุงร่างกาย ด้วยการใช้ลำต้นผสมกับผลพริกไทย และหัวกระเทียม แล้วนำมาต้มดื่ม ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษในการคลอดบุตร บาดทะยักปากมดลูก และสันนิบาตหน้า
เพลิง ช่วยรักษาอาการปอดพิการ ช่วยแก้พิษตานซาง ช่วยแก้อาการไอ ช่วยแก้เถาดานในท้อง ช่วยแก้กามโรค ช่วยดับพิษในข้อกระดูก และเส้นเอ็น
แก่น กำลังเสือโคร่งใช้ต้มน้ำดื่ม สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง สรรพคุณช่วยแก้กระษัย หรือจะใช้เปลือกต้น แก่น และใบ นำมาต้มดื่ม (เปลือกต้น,แก่น,ใบ) ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย ช่วยดับพิษไข้ ช่วยแก้ปัสสาวะพิการ ช่วยแก้ไตพิการเปลือก ต้น แก่น ใบ ช่วยแก้เส้นเอ็นพิการ โดยใช้เปลือกต้น แก่น และใบ นำมาต้มดื่ม ช่วยแก้เหน็บชา แก้เข้าข้อ โดยใช้เปลือกต้น แก่น และลำต้น นำมาต้มดื่มแก้อาการช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยใช้แก่นนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม หรือจะใช้เปลือกต้น แก่น และใบ นำมาต้มดื่ม
ใบ สรรพคุณช่วยรักษาโรคผิวหนัง ช่วยแก้อัมพาต
ผล ใช้เป็นยาถ่ายสำหรับเด็ก
ราก ใช้ตำพอกแก้ฝี ช่วยแก้ริดสีดวงในลำไส้…

การะเกดสมุนไพร รสสุขุม ใช้ปรุงเป็นยาหอม

No Comments
การะเกดสมุนไพร

การะเกดสมุนไพร

การะเกดสมุนไพร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า การะเกด การะเกดด่าง ลำเจียกหนู (กรุงเทพมหานคร), เตยด่าง เตยหอม (ภาคกลาง) เป็นต้น
ต้นการะเกด จัดเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้น ลำต้นมักแตกกิ่งก้านสาขา มีรูปทรงคล้ายต้นเตย สูงได้ประมาณ 3-7 เมตร มีรากอากาศค่อนข้างยาวและใหญ่ มีเขตการกระจายพันธุ์ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และนำไปปลูกกันทั่วไป ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะหรือริมน้ำ ดินทรายชายทะเล ลำห้วย ริมลำธาร สามารถพบขึ้นได้ตามชายหาดและพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล

สมุนไพรการะเกด

สรรพคุณ

ดอกมีกลิ่นหอม รสสุขุม ใช้ปรุงเป็นยาหอม ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ใช้เป็นยาแก้โรคในอก เจ็บอก เจ็บคอ แก้เสมหะ บำรุงหัวใจ และบำรุงธาตุ
ยอดใช้ต้มกับน้ำให้สตรีดื่มตอนหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ…

สมุนไพรเพชรสังฆาต เพชรฆาต ปราบริดสีดวง

No Comments
สมุนไพรเพชรสังฆาต

สมุนไพรเพชรสังฆาต สรรพคุณเพียบ!

สมุนไพรเพชรสังฆาต มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สันชะควด (กรุงเทพ), ขั่นข้อ (ราชบุรี), สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์) เป็นต้น
ต้นเพชรสังฆาต เป็นไม้เถา เถาอ่อนสีเขียวเป็นสี่เหลี่ยมเป็นข้อต่อกัน

สมุนไพรเพชรสังฆาต

สรรพคุณเพชรสังฆาต

เป็นยาแก้ริดสีดวงทวารหนัก
แก้โรคลักปิดลักเปิด
แก้ประจำเดือนไม่ปกติ
แก้กระดูกแตกหักซ้น
ขับลมในลำไส้
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
แก้ริดสีดวงทวารทั้งชนิดกลีบมะไฟและเดือยไก่
รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
แก้อาการเลือดกำเดา
ช่วยให้เจริญอาหาร
ช่วยลดน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการใช้เพชรสังฆาต

เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะในเถาของเพชรสังฆาตนั้นมีสารแคลเซียม ออกซาเลท (Calcium Oxalate) สูง จึงอาจทำให้เกิดการตกค้างได้หากรับประทานเข้าไปมากเกินพอดี อีกทั้งสารออกซาเลทนั้นยังอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองที่คอ เยื่อบุภายในปากและทางเดินอาหารส่วนบน ดังนั้นหากจะนำเถาของเพชรสังฆาตมารับประทานสด ๆ ควรหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หุ้มด้วยกล้วยสุก หรือมะขามเปียก จะเป็นใบผักกาดดองก็ได้ แล้วค่อยรับประทาน และห้ามเคี้ยวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าจะให้สะดวกยิ่งกว่านั้นก็สามารถรับประทานแบบที่เป็นแคปซูล วิธีนี้ก็ยังทำให้ได้คุณประโยชน์จากเพชรสังฆาตเช่นเดียวกับการรับประทานแบบสด ๆ

สมุนไพรการบูร สรรพคุณที่มีดี กว่าความหอม จริงหรือ?

No Comments
สมุนไพรการบูร

สมุนไพรการบูร

สมุนไพรการบูร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า การะบูน การบูร (ภาคกลาง), อบเชยญวน (ไทย), พรมเส็ง (เงี้ยว), เจียโล่ (จีนแต้จิ๋ว), จางมู่ จางหน่าว (จีนกลาง) เป็นต้น
ต้นการบูร เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน มีเขตการกระจายพันธุ์ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อินโดนีเซีย อินเดีย อียิปต์ แอฟริกาใต้ จาไมกา บราซิล สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นทรงพุ่มกว้างและทึบ มีความสูงของต้นได้ถึง 30 เมตร ลำต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1.5 เมตร เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล ผิวหยาบ ส่วนเปลือกกิ่งเป็นสีเขียวหรือเป็นสีน้ำตาลอ่อน ลำต้นและกิ่งเรียบไม่มีขน ส่วนเนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลปนแดง เมื่อนำมากลั่นแล้วจะได้ “การบูร” ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่ส่วนที่ของรากและโคนต้น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และวิธีการปักชำ

สมุนไพรการบูร

สรรพคุณ

1. แก้เคล็ดขัดยอก การบูรมีรสร้อนปร่าเมา ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก แก้เท้าแพลง แก้ปวดข้อ โดยใช้ขัดถูตามตัว ทว่าส่วนใหญ่จะนำการบูรไปผสมเป็นตำรับยาทาแก้เคล็ดขัดยอกแถมด้วยสรรพคุณต่าง ๆ เช่น ตำรับ “ยาแก้ลมอัมพฤกษ์” ที่มีการบูรผสมสมุนไพรอื่น ๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา

2. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยในยาหม่องหรือน้ำมันแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยส่วนใหญ่จะมีการบูรเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย เนื่องจากการบูรมีฤทธิ์ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย

3. ขับลม ขับเสมหะ ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 1) ระบุว่า หากเป็นส่วนประกอบของยาใช้ภายใน การบูรมีสรรพคุณบำรุงธาตุ ขับลม ขับเสมหะ แก้ธาตุพิการ บรรเทาอาการจุกเสียด ปวดท้อง และช่วยกระจายลม

4. แก้อาการหน้ามืด วิงเวียน ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 1) ระบุด้วยว่า การบูรมีสรรพคุณแก้อาการหน้ามืด ปวดศีรษะ แก้วิงเวียน ช่วยกระตุ้นหัวใจ และแก้คันได้ โดยใช้การบูรเป็นส่วนประกอบในยาใช้ภายนอก

5. บำรุงหัวใจ การบูรมักจะถูกนำไปปรุงเป็นยาหอมต่าง ๆ เช่น ยาหอมเทพจิตร มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ ขับลม ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และแก้ไข้หวัดคัดจมูก

6. แก้ปวดท้อง ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พบว่ามีการใช้การบูรร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ โดยปรุงเป็นยาธาตุบรรจบ มีสรรพคุณแก้ปวดท้อง แก้ท้องเสียชนิดไม่ติดเชื้อ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น

7. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ตำรับยาเลือดงาม และยาประสะไพล ซึ่งมีส่วนประกอบของการบูรร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ ขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร และรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนมาน้อย

8. แก้ปวดฟัน คนในสมัยก่อนนำการบูรมาใช้อุดฟันที่ปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน และปัจจุบันยังนำการบูรมาใช้เป็นส่วนผสมของยาสีฟันสมุนไพรและน้ำยาบ้วนปาก เพื่อช่วยให้ปากหอมสดชื่น

9. ต้านเชื้อแบคทีเรีย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เผยผลการทดลองฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของการบูรโดยพบว่า สาร pinoresinol ในการบูรออกฤทธิ์ยับยั้งและฆ่าเชื้อ B. subtilis ได้ดีที่สุด รองลงมาคือเชื้อ P. aeruginosa ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้อาหารบูดเสีย โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ซึ่งสาร pinoresinol ในการบูรมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นสารกันเสียที่ได้จากธรรมชาติต่อไป

10. ต้านการอักเสบ มีงานวิจัยสรรพคุณของการบูรในด้านต้านอาการอักเสบ ซึ่งผลวิจัยพบว่า การบูรมีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยยับยั้งเซลล์ที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบ ยับยั้งไม่ให้เกิดการรวมกลุ่มของโมเลกุล และเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่จะมารวมตัวกันในบริเวณที่เกิดการอักเสบ แต่ทั้งนี้การทดลองดังกล่าวเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของการบูรในคนต่อไป…

กีวี ผลไม้ที่มีมีสารต้านอนุมูลอิสระ และ อีกหลายคุณประโยชน์ที่คุณคาดไม่ถึง ?

No Comments
กีวี ผลไม้ที่มีมีสารต้านอนุมูลอิสระ

กีวี ผลไม้ที่มีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ !!!

กีวี ผลไม้ที่มีมีสารต้านอนุมูลอิสระ  กีวี หรือ กีวีฟรุต (Kiwifruit) กีวี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Actinidia chinensis เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ต่อมามีผู้นำไปปลูกที่ประเทศนิวซีแลนด์และได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ ทำให้กีวีมีรสชาติดีมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดและยังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกีวีตามชื่อของนกกีวีที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ (เดิมมีชื่อว่า Chinese gooseberry)

กีวี ผลไม้ที่มีมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของ “กีวี”

1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ ได้ดีขึ้น

2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง เปล่งปลั่ง

3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสแล้ว ยังต้านมะเร็งได้อีกด้วย

4. ผิวดีขึ้นแบบ X3 เมื่อกีวีเต็มไปด้วยมิตามินอี ที่ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน

5. ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด

6. มีใยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย

7. ชะลอวัย และป้องกันโรคสมองเสื่อม

8. ช่วยให้อาการหอบหืดดีขึ้น

กินกีวี่อย่างไรให้ปลอดภัย

การรับประทานกีวี่เป็นอาหารในปริมาณที่พอดีนั้นค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอจะระบุปริมาณในการรับประทานกีวี่ที่เหมาะสม และผู้บริโภคบางรายก็อาจแพ้กีวี่ได้ นอกจากนั้น ผู้บริโภคควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ของตนด้วย เช่น อายุ หรือปัญหาสุขภาพ ดังนั้น หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานกีวี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากกีวี่ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

 ข้อควรระมัดระวังในการรับประทานกีวี่

หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกีวี่เป็นอาหารในปริมาณที่เหมาะสมนั้นค่อนข้างปลอดภัย
ผู้ป่วยที่มีเลือดออกง่าย การรับประทานกีวี่อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ซึ่งทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่แพ้กีวี่ รวมถึงอาหารชนิดอื่น ๆ ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน เช่น อะโวคาโด มะเดื่อฝรั่ง งา เฮเซลนัต หรือข้าวสาลี ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกีวี่หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากกีวี่ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ เช่น มีผื่นคันขึ้นตามร่างกาย หายใจไม่ออก หรืออาเจียน
ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรรับประทานกีวี่ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะกีวี่อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง และอาจทำให้เลือดไหลออกมามากในระหว่างการผ่าตัด

สมุนไพรว่านดอกทอง ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ)กับสรรพคุณที่คุณคิดไม่ถึง

No Comments
สมุนไพรว่านดอกทอง

สมุนไพรว่านดอกทอง

สมุนไพรว่านดอกทอง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี), ว่านดอกทองกระเจา เป็นต้น

ลักษณะของว่านดอกทอง
ว่านดอกทอง นั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ว่านดอกทองตัวผู้และว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี) ซึ่งจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น สีของใบ และสีเนื้อของหัวว่าน โดยว่านดอกทองตัวเมียนั้นจะมีฤทธิ์แรงกว่าตัวผู้ว่านดอกทองตัวผู้

ลักษณะว่านดอกทอง ว่านมีลักษณะเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะของเหง้าเป็นรูปทรงกลม และแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็ก มีขนาดยาวประมาณ 5-10 นิ้วส่วนรากเป็นเส้นใหญ่ ไม่แตกเป็นรากฝอย มีความสูงของต้นประมาณ 1 ฟุต เนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวผู้จะมีสีเหลือง ส่วนเนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวเมียจะมีสีขาว ส่วนของลำต้นและใบจะมีลักษณะคล้ายกับขมิ้น มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน หากเป็นว่านดอกทองตัวผู้เส้นกลางใบและกาบใบจะมีสีแดงเรื่อ

สมุนไพรว่านดอกทอง

สรรพคุณ
ลูกอมสีผึ้งว่านดอกทองใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม เสน่ห์เจ้าชู้ คนหนุ่มในสมัยโบราณนิยมเสาะแสวงดอกหามาเก็บสะสมไว้ใช้หุงกับน้ำมันจันทน์พร้อมทั้งเนื้อว่าน หรือนำมาใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว เมื่อถึงคราวจะไปพบหญิงสาว สตรีคนใดที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง ก็มักจะใจอ่อนคล้อยตามโดยง่าย และนับว่าเป็นว่านเสน่ห์มหานิยมที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก
สำหรับสตรี หากนำหัวว่าน ใบ และต้นว่านดอกทอง มาใส่ไว้ในโอ่งน้ำหรือในบ่อน้ำ แล้วรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศรุนแรงมาก หรือเพียงแค่ปลูกไว้แล้วได้กลิ่นของดอกโชยมา ก็ชวนให้หลงใหลมัวเมาในกามโลกีย์ได้แล้ว จึงมีความเชื่อต้องเด็ดดอกทิ้งเสีย
ใช้เป็นเมตตามหานิยม ด้วยเชื่อว่าหากร้านค้าขายใดมีว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้าน จะช่วยทำให้ค้าขายดี มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานบันเทิงต่าง ๆ ร้านจำหน่ายเหล้า เบียร์ หากมีไว้จะดีมาก
ด้วยเป็นว่านเมตตามหานิยม จึงมีการนำมาใช้ในทางค้าขาย การเจรจาตกลง ช่วยทำให้ประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย โดยใช้หัวว่านนำมาโขลกให้ละเอียดผสมกับสีผึ้งนำมาใช้ทาปากก่อนจะออกไปพบปะเจรจา
มีความเชื่อว่าการปลูกว่านมหาเสน่ห์นี้ หากปลูกไว้ในบ้านจะเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน เพื่อนบ้านรักใคร่ แต่บางตำราก็ระบุว่าไม่ควรปลูกว่านชนิดนี้ไว้ในบ้าน ด้วยเชื่อว่ามันอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการผิดลูกผิดเมียของคนในครอบครัวได้ เพราะคนไทยสมัยก่อนนั้นจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่…

สมุนไพรกำยาน ยาบำรุงหัวใจชั้นดี

No Comments
สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เกลือตานตุ่น (ศรีสะเกษ), ชาติสมิง ซาดสมิง (นครพนม), กำหยาน (ภาคเหนือ), กำยานไทย กำยานต้น (ภาคกลาง), กำมะแย กำยานสุมาตรา (นราธิวาส, มาเลเซีย), สะดาน (เขมร-สุรินทร์), เบนซอย (นอกประเทศ), เซ่พอบอ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), เข้ว (ละว้า-เชียงใหม่), อานซีเซียง (จีนกลาง) เป็นต้น

สมุนไพรกำยาน

ต้นกำยาน จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงได้ประมาณ 10-20 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเทาหรือสีหม่น ตามกิ่งก้านมีขนสีเหลืองเล็กน้อย   มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแถบเขตร้อน เช่น แหลมมลายู เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบอนิโอ และในประเทศไทย

สมุนไพรกำยาน

สรรพคุณ

ยางที่ได้จากต้นหรือเปลือก เรียกว่า “กำยาน” มีรสเผ็ดขม สุขุม มีกลิ่นหอม ออกฤทธิ์ต่อตับ หัวใจ และธาตุ ใช้เป็นยาแก้การหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก ช่วยทำให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก แก้เป็นลมเฉียบพลัน (ยาง)
ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (ยาง)
ช่วยขับเสมหะ (ยาง)
ยางจากต้นใช้เป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ หากนำกำยานมาแช่กับแอลกอฮอล์ มาตั้งบนน้ำร้อน แล้วสูดไอที่ระเหยออกมา จะช่วยขับเสมหะและแก้หลอดลมอักเสบได้ (ยาง)ใช้เป็นยาขับลม แก้จุกเสียด ปวดแน่นใต้หน้าอก (ยาง)
ยางมีสรรพคุณเป็นยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ (ยาง)
ใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง ด้วยการนำกำยานไปเผาไฟ แล้วใช้ควันรม (ยาง)
ยางใช้ผสมกับขี้ผึ้ง ใช้เป็นยาทาแก้โรคเชื้อรา ช่วยฆ่าเชื้อรา แก้น้ำกัดเท้า ใช้ทาแผล บ้างใช้ผสมกับแอลกอฮอล์ นำมาใส่แผลสด แผลน้ำกัด และช่วยแก้อาการคัน (ยาง)
ใช้เป็นยาสมานแผล ช่วยดับกลิ่นเน่าเหม็นทุกประเภท (ยาง)
ใช้เป็นยาแก้โรคชักกระตุกในเด็ก (ยาง)
ใช้เข้ากับตำรายาจีน เป็นยารักษาโรคหัวใจ และมีประสิทธิภาพแก้จุกเสียด แน่นหน้าอก รวมถึงอาการหน้ามืดตาลายในคนที่เป็นโรคหัวใจ (ยาง)…

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง พืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

No Comments
สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง มีชื่อเรียกอื่นว่า ไพลเหลือง, ดาเงาะ (บางข้อมูลใช้ชื่อว่า กระทือช้าง, กระทือพิลาศ)

สมุนไพรกะทือพิลาส
ต้นกะทือพิลาส จัดเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร เป็นพืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเขตการกระจายพันธุ์ในมาเลเซีย ในประเทศไทยพบขึ้นทางภาคใต้ โดยมักขึ้นในป่าดงดิบ ริมลำธาร หรือตามชายป่าที่ระดับความสูงถึง 300 เมตร
สรรพคุณของกะทือพิลาส
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะใช้เป็นพืชสมุนไพร โดยใช้เป็นยารักษาอาการตาแดง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ปวดหลัง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
พืชชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ และมีเอนไซม์ Zerumbone synthase ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่…

ตำรายาไทย สมุนไพรสวรรค์ กัญชา สารพัดสรรพคุณ

No Comments
  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

กัญชา สารพัดสรรพคุณ สมุนไพรกัญชา มีชื่อเรียกอื่นว่า กัญชา กัญชาจีน (ทั่วไป), ปาง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), ยานอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), คุนเช้า คุณเช้า (จีน), ต้าหมา (จีนกลาง) เป็นต้น
ลักษณะของกัญชา
ต้นกัญชา จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกฤดูเดียว มีความสูงได้ประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นมีขนาดเล็ก ตั้งตรง ลักษณะของลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนสีเขียวอมเทาและไม่ค่อยแตกสาขา ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ถ้าปลูกในดินร่วนซุยและมีอาหารอุดมสมบูรณ์จะงอกงามดีมาก พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย มีเขตการกระจายพันธุ์ในอัฟกานิสถาน ทวีปแอฟริกาเขตร้อน ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือและใต้ และฮาวาย พบปลูกมากในยุโรป ประเทศบราซิล อเมริกันแถบตะวันออก และปลูกมากตามแนวเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย

  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

สรรพคุณ

ตำรายาไทยจะใช้เมล็ดกินเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แต่ถ้ากินมากจะมีอาการหวาดกลัวและหมดสติ (เมล็ด)
ยอดอ่อนเมื่อนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สารที่เรียกว่า “ทิงเจอร์แคนเนบิสอินดิคา” ซึ่งเป็นน้ำยาสีเขียว เมื่อกินเข้าไปประมาณ 5-15 หยด จะมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เป็นยาสงบเส้นประสาท ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน แก้โรคสมองพิการ เป็นยาระงับปวด และเป็นยาแก้อักเสบ (ยอดอ่อน)

ดอกใช้เป็นยาแก้โรคเส้นประสาท เช่น นอนไม่หลับ คิดมาก หรือใช้กับผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร โดยนำมาปรุงเป็นอาหารให้กิน (ดอก)
ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ผอมเหลือง ไม่มีกำลัง ตัวสั่น เสียงสั่น (ใบ)
ใบกัญชา ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม ด้วยการนำใบสดมาหั่นให้เป็นฝอย แล้วเอาไปตากแห้ง จากนั้นจึงนำมาสูบเป็นยารักษาโรค (ใบ)
ใช้ดอกผสมกับยาฉุนพญามือเหล็ก นำมาหั่นแล้วสูบเป็นยาช่วยกัดเสมหะในลำคอ (ดอก)
เมล็ดใช้เป็นยาแก้กระหายน้ำ (เมล็ด)
น้ำยาสีเขียวที่สกัดได้จากยอดอ่อนด้วยแอลกอฮอล์ มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคบิด แก้ปวดท้อง และโรคท้องร่วง (ยอดอ่อน) ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้บิดเช่นเดียวกับยอด (เมล็ด)
เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องผูก ใช้เป็นยาแก้ท้องผูกในคนสูงอายุได้ดี ด้วยการใช้เมล็ดซึ่งมีน้ำมัน 30% ให้ใช้ร่วมกับตัวยาอื่น ๆ ในตำรับยา (เมล็ด)
ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เมล็ดกัญชาจำนวน 3 เมล็ด นำมาผสมกับพริกไทย 3 ผล บดให้เป็นผง ใช้ผสมกับน้ำกินทุกคืนเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี (เมล็ด)
ช่วยแก้ประจำเดือนไม่ปกติของสตรี (ทั้งต้น)
ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน (ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้กล้ามเนื้อกระตุก (ทั้งต้น)
ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ
นอกจากสรรพคุณที่กล่าว ในทางการแพทย์ยังใช้ประโยชน์จากกัญชาในการรักษาโรคและบรรเทาอาการอย่างหลากหลาย เช่น ใช้แก้ปวดหัวไมเกรน แก้อาการสั่นเพ้อ แก้อาการไอ อ่อนล้า ปวดประจำเดือนของสตรี โรคข้อ หรือกระทั่งโรคมะเร็งบางชนิด…

สุดยอดสมุนไพร กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น

No Comments
กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ  สมุนไพรกวาวเครือแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กวาวเครือ กวาวหัว ตานจอมทอง จานเครือ จอมทอง ไพมือ ไพ้ตะกุ เป็นต้น โดยกวาวเครือแดงจะมีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวเป็นรูปทรงกระบอก มีหลากหลายขนาด เมื่อสะกิดที่เปลือกจะมียางสีแดงข้นลักษณะคล้ายเลือดไหลออกมา
กวาวเครือแดงจัดเป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ อายุยิ่งมากเท่าไหร่ เถาก็จะยิ่งใหญ่และกลายเป็นต้น แต่ยังส่งเถาเลื้อยไปพาดพันตามต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ ลักษณะของใบคล้ายใบทองกวาว แต่ใบจะใหญ่กว่ามาก แต่ถ้าเป็นใบอ่อนจะมีขนาดเท่ากับใบพลวงหรือใบของต้นสัก ส่วนต้นหากใช้มีดฟันจะมียางสีแดงคล้ายโลหิตออกมา หากขุดโคนต้น ก็จะพบรากขนาดใหญ่เท่าน่องขาเลื้อยออกมาจากต้นโดยรอบ มีความยาวประมาณ 2 วา ขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของลำต้น สมุนไพรชนิดนี้จะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ ไล่ตั้งแต่ชายแดนไทย-พม่าตรงถึงภาคเหนือ เป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามภูเขาสูง และในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธุ์ จะออกดอกเป็นดอกสีส้มเหลืองคล้ายดอกทองกวาวบานสะพรั่งอยู่บนยอดดอย แต่ในปัจจุบันใช่ว่าจะหาได้ง่ายนัก เพราะมีไม่มากเท่ากวาวเครือขาว

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

สรรพคุณของกวาวเครือแดง

หัวกวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (หัว)
ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายและเนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง
ผลช่วยเจริญธาตุไฟในร่างกาย (ผล)
ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสุขภาพเนื้อหนังให้เต่งตึง (หัว)
ช่วยทำให้หน้าอกโต (หัว)
ช่วยบำรุงกำหนัดหรือเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากรา (Viagra) (หัว)
กวาวเครือแดงมีคุณสมบัติช่วยบำรุงหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียน (หัว)
ใบและรากกวาวเครือแดงช่วยทำให้นอนหลับและเสพติด (ราก, ใบ)
ช่วยบำรุงสายตา (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
รากและต้นช่วยแก้โลหิต (ราก, ต้น)

รากช่วยแก้ลมอัมพาต (ราก, ต้น)
ช่วยแก้อาการปวดฟัน (เปลือก)
ช่วยแก้ไข้ (เปลือก, ทั้ง 5 ส่วน)
ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ทั้ง 5 ส่วน)
ช่วยขับเสมหะ (เปลือก)
ช่วยแก้อาการจุกเสียด แก้อาการลงท้อง แก้สะพั้น (ผล)
ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ผล)
ช่วยแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย (หัว)
เปลือกเถากวาวเครือแดงมีรสเย็นเบื่อเมา ช่วยแก้พิษงู (เปลือกเถา)
กวาวเครือแดงจัดอยู่ในตำรับยาสมุนไพร “พิกัดเนาวโลหะ” ซึ่งประกอบไปด้วย รากกวาวเครือแดง รากขันทองพยาบาท รากทองกวาว รากทองพันชั่ง รากทองโหลง รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากใบทอง และรากจำปาทอง โดยเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้เสมหะ แก้ลม ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยชำระล้างลำไส้ สมานลำไส้ แก้โรคดี แก้โรคตับ แก้ริดสีดวงทวาร และขับระดูร้าย
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ระบุว่ากวาวเครือแดงมีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน ช่วยกดการทำงานของหัวใจ ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความดันโลหิต และช่วยกระตุ้นการหายใจ
สำหรับสรรพคุณอื่น ๆ ของกวาวเครือแดง ซึ่งเป็นข้อมูลจากผู้จำหน่ายสมุนไพรกวาวเครือแดงสำเร็จรูป ได้แก่ ปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ลดความอ้วน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดอุดตัน จึงช่วยรักษาโรคหัวใจบางชนิดได้ เพราะไปช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยทำให้ผมดกดำ ทำให้ผมขาวกลับมาเปลี่ยนเป็นสีเทาและสีดำตามลำดับ ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในการสร้างกระดูก ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต ป้องกันมะเร็งในต่อมลูกหมาก และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าหัวกวาวเครือแดงมีสาร Flavonoids (วิตามินพี) ในปริมาณสูง ซึ่งมีประโยชน์ในด้านเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการทำงานของหลอดเลือดในร่างกาย และช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง (ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนยังหาข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนไม่ได้ว่ามีสรรพคุณเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่ากวาวเครือมีอยู่ด้วยกันถึง 4 ชนิด จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการสับสนในเรื่องสรรพคุณและทำให้เข้าใจผิดได้ ดังนั้นคุณควรใช้วิจารณญาณกันเอาเองนะครับ)…