เดือน: มีนาคม 2020

สมุนไพรว่านดอกทอง ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ)กับสรรพคุณที่คุณคิดไม่ถึง

No Comments
สมุนไพรว่านดอกทอง

สมุนไพรว่านดอกทอง

สมุนไพรว่านดอกทอง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี), ว่านดอกทองกระเจา เป็นต้น

ลักษณะของว่านดอกทอง
ว่านดอกทอง นั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ว่านดอกทองตัวผู้และว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี) ซึ่งจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น สีของใบ และสีเนื้อของหัวว่าน โดยว่านดอกทองตัวเมียนั้นจะมีฤทธิ์แรงกว่าตัวผู้ว่านดอกทองตัวผู้

ลักษณะว่านดอกทอง ว่านมีลักษณะเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะของเหง้าเป็นรูปทรงกลม และแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็ก มีขนาดยาวประมาณ 5-10 นิ้วส่วนรากเป็นเส้นใหญ่ ไม่แตกเป็นรากฝอย มีความสูงของต้นประมาณ 1 ฟุต เนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวผู้จะมีสีเหลือง ส่วนเนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวเมียจะมีสีขาว ส่วนของลำต้นและใบจะมีลักษณะคล้ายกับขมิ้น มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน หากเป็นว่านดอกทองตัวผู้เส้นกลางใบและกาบใบจะมีสีแดงเรื่อ

สมุนไพรว่านดอกทอง

สรรพคุณ
ลูกอมสีผึ้งว่านดอกทองใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม เสน่ห์เจ้าชู้ คนหนุ่มในสมัยโบราณนิยมเสาะแสวงดอกหามาเก็บสะสมไว้ใช้หุงกับน้ำมันจันทน์พร้อมทั้งเนื้อว่าน หรือนำมาใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว เมื่อถึงคราวจะไปพบหญิงสาว สตรีคนใดที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง ก็มักจะใจอ่อนคล้อยตามโดยง่าย และนับว่าเป็นว่านเสน่ห์มหานิยมที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก
สำหรับสตรี หากนำหัวว่าน ใบ และต้นว่านดอกทอง มาใส่ไว้ในโอ่งน้ำหรือในบ่อน้ำ แล้วรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศรุนแรงมาก หรือเพียงแค่ปลูกไว้แล้วได้กลิ่นของดอกโชยมา ก็ชวนให้หลงใหลมัวเมาในกามโลกีย์ได้แล้ว จึงมีความเชื่อต้องเด็ดดอกทิ้งเสีย
ใช้เป็นเมตตามหานิยม ด้วยเชื่อว่าหากร้านค้าขายใดมีว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้าน จะช่วยทำให้ค้าขายดี มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานบันเทิงต่าง ๆ ร้านจำหน่ายเหล้า เบียร์ หากมีไว้จะดีมาก
ด้วยเป็นว่านเมตตามหานิยม จึงมีการนำมาใช้ในทางค้าขาย การเจรจาตกลง ช่วยทำให้ประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย โดยใช้หัวว่านนำมาโขลกให้ละเอียดผสมกับสีผึ้งนำมาใช้ทาปากก่อนจะออกไปพบปะเจรจา
มีความเชื่อว่าการปลูกว่านมหาเสน่ห์นี้ หากปลูกไว้ในบ้านจะเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน เพื่อนบ้านรักใคร่ แต่บางตำราก็ระบุว่าไม่ควรปลูกว่านชนิดนี้ไว้ในบ้าน ด้วยเชื่อว่ามันอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการผิดลูกผิดเมียของคนในครอบครัวได้ เพราะคนไทยสมัยก่อนนั้นจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่…

สมุนไพรกำยาน ยาบำรุงหัวใจชั้นดี

No Comments
สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน

สมุนไพรกำยาน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เกลือตานตุ่น (ศรีสะเกษ), ชาติสมิง ซาดสมิง (นครพนม), กำหยาน (ภาคเหนือ), กำยานไทย กำยานต้น (ภาคกลาง), กำมะแย กำยานสุมาตรา (นราธิวาส, มาเลเซีย), สะดาน (เขมร-สุรินทร์), เบนซอย (นอกประเทศ), เซ่พอบอ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), เข้ว (ละว้า-เชียงใหม่), อานซีเซียง (จีนกลาง) เป็นต้น

สมุนไพรกำยาน

ต้นกำยาน จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงได้ประมาณ 10-20 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเทาหรือสีหม่น ตามกิ่งก้านมีขนสีเหลืองเล็กน้อย   มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแถบเขตร้อน เช่น แหลมมลายู เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบอนิโอ และในประเทศไทย

สมุนไพรกำยาน

สรรพคุณ

ยางที่ได้จากต้นหรือเปลือก เรียกว่า “กำยาน” มีรสเผ็ดขม สุขุม มีกลิ่นหอม ออกฤทธิ์ต่อตับ หัวใจ และธาตุ ใช้เป็นยาแก้การหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก ช่วยทำให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก แก้เป็นลมเฉียบพลัน (ยาง)
ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (ยาง)
ช่วยขับเสมหะ (ยาง)
ยางจากต้นใช้เป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ หากนำกำยานมาแช่กับแอลกอฮอล์ มาตั้งบนน้ำร้อน แล้วสูดไอที่ระเหยออกมา จะช่วยขับเสมหะและแก้หลอดลมอักเสบได้ (ยาง)ใช้เป็นยาขับลม แก้จุกเสียด ปวดแน่นใต้หน้าอก (ยาง)
ยางมีสรรพคุณเป็นยาแก้นิ่ว ขับปัสสาวะ (ยาง)
ใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง ด้วยการนำกำยานไปเผาไฟ แล้วใช้ควันรม (ยาง)
ยางใช้ผสมกับขี้ผึ้ง ใช้เป็นยาทาแก้โรคเชื้อรา ช่วยฆ่าเชื้อรา แก้น้ำกัดเท้า ใช้ทาแผล บ้างใช้ผสมกับแอลกอฮอล์ นำมาใส่แผลสด แผลน้ำกัด และช่วยแก้อาการคัน (ยาง)
ใช้เป็นยาสมานแผล ช่วยดับกลิ่นเน่าเหม็นทุกประเภท (ยาง)
ใช้เป็นยาแก้โรคชักกระตุกในเด็ก (ยาง)
ใช้เข้ากับตำรายาจีน เป็นยารักษาโรคหัวใจ และมีประสิทธิภาพแก้จุกเสียด แน่นหน้าอก รวมถึงอาการหน้ามืดตาลายในคนที่เป็นโรคหัวใจ (ยาง)…

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง พืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

No Comments
สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง

สมุนไพรกะทือพิลาส หรือ ไพลเหลือง มีชื่อเรียกอื่นว่า ไพลเหลือง, ดาเงาะ (บางข้อมูลใช้ชื่อว่า กระทือช้าง, กระทือพิลาศ)

สมุนไพรกะทือพิลาส
ต้นกะทือพิลาส จัดเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร เป็นพืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเขตการกระจายพันธุ์ในมาเลเซีย ในประเทศไทยพบขึ้นทางภาคใต้ โดยมักขึ้นในป่าดงดิบ ริมลำธาร หรือตามชายป่าที่ระดับความสูงถึง 300 เมตร
สรรพคุณของกะทือพิลาส
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะใช้เป็นพืชสมุนไพร โดยใช้เป็นยารักษาอาการตาแดง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ปวดหลัง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
พืชชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ และมีเอนไซม์ Zerumbone synthase ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่…

ตำรายาไทย สมุนไพรสวรรค์ กัญชา สารพัดสรรพคุณ

No Comments
  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

กัญชา สารพัดสรรพคุณ สมุนไพรกัญชา มีชื่อเรียกอื่นว่า กัญชา กัญชาจีน (ทั่วไป), ปาง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), ยานอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), คุนเช้า คุณเช้า (จีน), ต้าหมา (จีนกลาง) เป็นต้น
ลักษณะของกัญชา
ต้นกัญชา จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกฤดูเดียว มีความสูงได้ประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นมีขนาดเล็ก ตั้งตรง ลักษณะของลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนสีเขียวอมเทาและไม่ค่อยแตกสาขา ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ถ้าปลูกในดินร่วนซุยและมีอาหารอุดมสมบูรณ์จะงอกงามดีมาก พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย มีเขตการกระจายพันธุ์ในอัฟกานิสถาน ทวีปแอฟริกาเขตร้อน ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือและใต้ และฮาวาย พบปลูกมากในยุโรป ประเทศบราซิล อเมริกันแถบตะวันออก และปลูกมากตามแนวเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย

  กัญชา สารพัดสรรพคุณ

สรรพคุณ

ตำรายาไทยจะใช้เมล็ดกินเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แต่ถ้ากินมากจะมีอาการหวาดกลัวและหมดสติ (เมล็ด)
ยอดอ่อนเมื่อนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สารที่เรียกว่า “ทิงเจอร์แคนเนบิสอินดิคา” ซึ่งเป็นน้ำยาสีเขียว เมื่อกินเข้าไปประมาณ 5-15 หยด จะมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เป็นยาสงบเส้นประสาท ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน แก้โรคสมองพิการ เป็นยาระงับปวด และเป็นยาแก้อักเสบ (ยอดอ่อน)

ดอกใช้เป็นยาแก้โรคเส้นประสาท เช่น นอนไม่หลับ คิดมาก หรือใช้กับผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร โดยนำมาปรุงเป็นอาหารให้กิน (ดอก)
ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ผอมเหลือง ไม่มีกำลัง ตัวสั่น เสียงสั่น (ใบ)
ใบกัญชา ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม ด้วยการนำใบสดมาหั่นให้เป็นฝอย แล้วเอาไปตากแห้ง จากนั้นจึงนำมาสูบเป็นยารักษาโรค (ใบ)
ใช้ดอกผสมกับยาฉุนพญามือเหล็ก นำมาหั่นแล้วสูบเป็นยาช่วยกัดเสมหะในลำคอ (ดอก)
เมล็ดใช้เป็นยาแก้กระหายน้ำ (เมล็ด)
น้ำยาสีเขียวที่สกัดได้จากยอดอ่อนด้วยแอลกอฮอล์ มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคบิด แก้ปวดท้อง และโรคท้องร่วง (ยอดอ่อน) ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้บิดเช่นเดียวกับยอด (เมล็ด)
เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องผูก ใช้เป็นยาแก้ท้องผูกในคนสูงอายุได้ดี ด้วยการใช้เมล็ดซึ่งมีน้ำมัน 30% ให้ใช้ร่วมกับตัวยาอื่น ๆ ในตำรับยา (เมล็ด)
ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เมล็ดกัญชาจำนวน 3 เมล็ด นำมาผสมกับพริกไทย 3 ผล บดให้เป็นผง ใช้ผสมกับน้ำกินทุกคืนเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี (เมล็ด)
ช่วยแก้ประจำเดือนไม่ปกติของสตรี (ทั้งต้น)
ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน (ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้กล้ามเนื้อกระตุก (ทั้งต้น)
ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ
นอกจากสรรพคุณที่กล่าว ในทางการแพทย์ยังใช้ประโยชน์จากกัญชาในการรักษาโรคและบรรเทาอาการอย่างหลากหลาย เช่น ใช้แก้ปวดหัวไมเกรน แก้อาการสั่นเพ้อ แก้อาการไอ อ่อนล้า ปวดประจำเดือนของสตรี โรคข้อ หรือกระทั่งโรคมะเร็งบางชนิด…

สุดยอดสมุนไพร กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น

No Comments
กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ  สมุนไพรกวาวเครือแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กวาวเครือ กวาวหัว ตานจอมทอง จานเครือ จอมทอง ไพมือ ไพ้ตะกุ เป็นต้น โดยกวาวเครือแดงจะมีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวเป็นรูปทรงกระบอก มีหลากหลายขนาด เมื่อสะกิดที่เปลือกจะมียางสีแดงข้นลักษณะคล้ายเลือดไหลออกมา
กวาวเครือแดงจัดเป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ อายุยิ่งมากเท่าไหร่ เถาก็จะยิ่งใหญ่และกลายเป็นต้น แต่ยังส่งเถาเลื้อยไปพาดพันตามต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ ลักษณะของใบคล้ายใบทองกวาว แต่ใบจะใหญ่กว่ามาก แต่ถ้าเป็นใบอ่อนจะมีขนาดเท่ากับใบพลวงหรือใบของต้นสัก ส่วนต้นหากใช้มีดฟันจะมียางสีแดงคล้ายโลหิตออกมา หากขุดโคนต้น ก็จะพบรากขนาดใหญ่เท่าน่องขาเลื้อยออกมาจากต้นโดยรอบ มีความยาวประมาณ 2 วา ขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของลำต้น สมุนไพรชนิดนี้จะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ ไล่ตั้งแต่ชายแดนไทย-พม่าตรงถึงภาคเหนือ เป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามภูเขาสูง และในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธุ์ จะออกดอกเป็นดอกสีส้มเหลืองคล้ายดอกทองกวาวบานสะพรั่งอยู่บนยอดดอย แต่ในปัจจุบันใช่ว่าจะหาได้ง่ายนัก เพราะมีไม่มากเท่ากวาวเครือขาว

กวาวเครือแดง อายุวัฒนะ

สรรพคุณของกวาวเครือแดง

หัวกวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (หัว)
ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายและเนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง
ผลช่วยเจริญธาตุไฟในร่างกาย (ผล)
ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสุขภาพเนื้อหนังให้เต่งตึง (หัว)
ช่วยทำให้หน้าอกโต (หัว)
ช่วยบำรุงกำหนัดหรือเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากรา (Viagra) (หัว)
กวาวเครือแดงมีคุณสมบัติช่วยบำรุงหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียน (หัว)
ใบและรากกวาวเครือแดงช่วยทำให้นอนหลับและเสพติด (ราก, ใบ)
ช่วยบำรุงสายตา (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
รากและต้นช่วยแก้โลหิต (ราก, ต้น)

รากช่วยแก้ลมอัมพาต (ราก, ต้น)
ช่วยแก้อาการปวดฟัน (เปลือก)
ช่วยแก้ไข้ (เปลือก, ทั้ง 5 ส่วน)
ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ทั้ง 5 ส่วน)
ช่วยขับเสมหะ (เปลือก)
ช่วยแก้อาการจุกเสียด แก้อาการลงท้อง แก้สะพั้น (ผล)
ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ผล)
ช่วยแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย (หัว)
เปลือกเถากวาวเครือแดงมีรสเย็นเบื่อเมา ช่วยแก้พิษงู (เปลือกเถา)
กวาวเครือแดงจัดอยู่ในตำรับยาสมุนไพร “พิกัดเนาวโลหะ” ซึ่งประกอบไปด้วย รากกวาวเครือแดง รากขันทองพยาบาท รากทองกวาว รากทองพันชั่ง รากทองโหลง รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากใบทอง และรากจำปาทอง โดยเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้เสมหะ แก้ลม ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยชำระล้างลำไส้ สมานลำไส้ แก้โรคดี แก้โรคตับ แก้ริดสีดวงทวาร และขับระดูร้าย
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ระบุว่ากวาวเครือแดงมีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน ช่วยกดการทำงานของหัวใจ ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความดันโลหิต และช่วยกระตุ้นการหายใจ
สำหรับสรรพคุณอื่น ๆ ของกวาวเครือแดง ซึ่งเป็นข้อมูลจากผู้จำหน่ายสมุนไพรกวาวเครือแดงสำเร็จรูป ได้แก่ ปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ลดความอ้วน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดอุดตัน จึงช่วยรักษาโรคหัวใจบางชนิดได้ เพราะไปช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยทำให้ผมดกดำ ทำให้ผมขาวกลับมาเปลี่ยนเป็นสีเทาและสีดำตามลำดับ ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในการสร้างกระดูก ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต ป้องกันมะเร็งในต่อมลูกหมาก และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าหัวกวาวเครือแดงมีสาร Flavonoids (วิตามินพี) ในปริมาณสูง ซึ่งมีประโยชน์ในด้านเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการทำงานของหลอดเลือดในร่างกาย และช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง (ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนยังหาข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนไม่ได้ว่ามีสรรพคุณเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่ากวาวเครือมีอยู่ด้วยกันถึง 4 ชนิด จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการสับสนในเรื่องสรรพคุณและทำให้เข้าใจผิดได้ ดังนั้นคุณควรใช้วิจารณญาณกันเอาเองนะครับ)…

กระท้อน สมุนไพร ที่มาในรูปแบบ ผลไม้ มีหลากหลายสรรพคุณ

No Comments
ผลไม้ มีหลากหลายสรรพคุณ

กระท้อน สมุนไพร ผลไม้ มีหลากหลายสรรพคุณ

กระท้อน  ผลไม้ มีหลากหลายสรรพคุณ ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ราก) ใช้ทำเป็นยาขับลม (ราก)

กระท้อน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สะตู สตียา (นราธิวาส), สะโต (ปัตตานี), เตียนล่อน สะท้อน (ภาคใต้), มะติ๋น (ภาคเหนือ), มะต้อง (อุดรธานี, ภาคเหนือ) เป็นต้น
ต้นกระท้อน เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดแถวอินโดจีนและมาเลเซียตะวันตก ก่อนจะแพร่ขยายไปในอินเดีย อินโดนีเซีย มอริเชียส และฟิลิปปินส์ จนกลายเป็นพืชท้องถิ่นไป โดยจัดเป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทา
ใบกระท้อน ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยมี 3 ใบ คล้ายรูปรีแกมไข่ เมื่อใบแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง โดยความกว้างของใบประมาณ 6-15 เซนติเมตรและยาว 8-20 เซนติเมตร
ดอกกระท้อน ลักษณะของดอกกระท้อน กลีบดอกเป็นสีเหลืองนวล ออกดอกเป็นช่อที่ซอกใบปลายกิ่ง และมีดอกย่อยจำนวนมาก
ผลกระท้อน ผลกระท้อนรูปทรงกลมแป้น ผิวมีขนคล้ายกำมะหยี่อ่อนนุ่ม ผลอ่อนจะมีสีเขียวมีน้ำยางสีขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมีน้ำยางที่น้อยลง ผลกระท้อน มีขนาดประมาณ 5-15 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ด 4-5 เมล็ดและมีปุยสีขาว ๆ หุ้มเมล็ดอยู่ และเมล็ดมีรูปรีมีปลอกเหนียวห่อหุ้มอยู่

ผลไม้ มีหลากหลายสรรพคุณ

สรรพคุณของกระท้อน

ใช้ทำเป็นยาธาตุ (ราก)
ใช้ใบสดต้มอาบแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
รากกระท้อนช่วยแก้บิด (ราก)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ราก)
ใช้ทำเป็นยาขับลม (ราก)
กระท้อนมีสรรพคุณใช้เป็นยาฝาดสมาน (ผล)
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน (เปลือก)
หลายส่วนของกระท้อนมีสรรพคุณออกฤทธิ์แก้อาการอักเสบ
สารสกัดจากเมล็ดกระท้อนมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง
สารสกัดจากกิ่งกระท้อนมีผลยับยั้งมะเร็งในหลอดทดลองได้…

สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด ทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ชาวพม่านิยมใช้แป้งทานาคาทาบำรุงผิวหน้า ผิวกาย

No Comments
สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด

สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด

สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด ทานาคา แป้งที่ชาวพม่าทุกเพศทุกวัยนิยมใช้ทาหน้าและทาตัวในฐานะผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสำหรับบำรุงผิวและป้องกันแสงแดด เนื้อแป้งฝนจากเนื้อไม้ของต้นทานาคา หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อต้นกระแจะ ปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์แป้งสำเร็จรูปที่ใช้ง่ายและมีสรรพคุณโด่งดังมาถึงประเทศไทย

สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด

สรรพคุณบำรุงผิวพรรณของทานาคานั้นเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด มีข้อมูลกล่าวไว้ดังต่อไปนี้

บำรุงและรักษาปัญหาผิวพรรณ ทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ชาวพม่านิยมใช้แป้งทานาคาทาบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ลดริ้วรอย และรักษาปัญหาสิวฝ้ามาเป็นเวลาช้านาน จนผลิตภัณฑ์แป้งทานาคาสำเร็จรูปเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่สาวไทยในเวลาต่อมา มีให้เลือกใช้ทั้งชนิดผงแป้งที่ต้องผสมกับน้ำก่อนทา และชนิดครีม ซึ่งหลายคนก็ไม่แน่ใจว่าแป้งทานาคานั้นจะมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

สมุนไพรทานาคา บำรุงผิวและป้องกันแสงแดด

สำหรับข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในด้านนี้ มีงานวิจัยในห้องทดลองที่ทดสอบการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากทานาคาและความปลอดภัยในการใช้ พบว่าสารสกัดดังกล่าวมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบสูง ซึ่งอาจช่วยชะลอริ้วรอยและการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนังที่มีสาเหตุมาจากกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ทั้งยังมีสรรพคุณต้านแบคทีเรียได้เล็กน้อย จึงอาจเป็นประโยชน์ในการรักษาและป้องกันสิว

นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวพบว่าทานาคามีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง ซึ่งกระบวนการสร้างเม็ดสีเหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ หรือรอยด่างดำบนผิวหนังตามมา สอดคล้องกันงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่าเนื้อไม้จากต้นทานาคามีสารอาร์บูตินที่ทำหน้าที่ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินเช่นเดียวกัน

ด้านการศึกษาในพม่าเมื่อไม่นานมานี้ก็มีผลการวิจัยที่ชี้ถึงคุณสมบัติของทานาคาในด้านการบำรุงผิวพรรณให้เห็นเช่นกัน งานวิจัยดังกล่าวพบว่าสารสกัดจากทานาคามีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ สารต้านการอักเสบอย่างสเตียรอยด์ รวมทั้งมีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์และแบคทีเรียบางชนิด ที่สำคัญ ไม่พบว่ามีสารอันตรายอย่างปรอทและสารหนูในสารสกัดดังกล่าวแต่อย่างใด

การศึกษาเหล่านี้พอจะช่วยพิสูจน์ว่าทานาคาอาจเป็นตัวเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติสำหรับนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว แต่กว่าจะยืนยันความปลอดภัยและสรรพคุณการบำรุงผิวพรรณในด้านต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนนั้น ยังคงต้องมีการศึกษาโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากทานาคาทาบนผิวหนังของคนโดยตรงเพิ่มเติม

ช่วยปกป้องผิวหนังจากแสงแดด ไม่เพียงแต่เป็นตัวช่วยในการบำรุงผิว ทานาคาถูกนำมาทาเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดมาตั้งแต่อดีต และไม่ได้เป็นที่นิยมเพียงในพม่า แต่มีใช้ในประเทศอื่น ๆ เช่นกัน ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน เป็นต้น

ทานาคาอาจมีคุณสมบัติเป็นเสมือนครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นต้นเหตุของปัญหาริ้วรอยและความเสื่อมสภาพของผิว มีงานวิจัยในห้องทดลองชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเปลือกลำต้นของทานาคามีสารมาร์เมซินที่เป็นตัวดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต โดยเฉพาะรังสียูวีเอ (UVA) ซึ่งพบได้ทั่วไปบนโลกมากกว่ารังสียูวีบี (UVB) และซึมผ่านไปได้ถึงผิวหนังชั้นลึก นอกจากนี้ นักวิจัยคาดว่าสารมาร์เมซินนั้นอาจนำมาใช้เป็นส่วนประกอบธรรมชาติในผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อช่วยกรองรังสียูวีเอได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องอยู่ในที่ที่มีแดดควรทาครีมกันแดดป้องกันเป็นดีที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยจากรังสียูวีบีด้วยเช่นกัน เพราะแม้รังสีชนิดนี้จะมีน้อย แต่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมากกว่ารังสียูวีเอ โดยสามารถทำให้ผิวไหม้ ผิวแดง หรือเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้…

สมุนไพรกระเจียวแดง พรรณไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน

No Comments
สมุนไพรกระเจียวแดง

สมุนไพรกระเจียวแดง

สมุนไพรกระเจียวแดง  มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านมหาเมฆ (สกลนคร), อาวแดง (ภาคเหนือ), กาเตียว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เลย), กระเจียว กระเจียวแดง (ภาคกลาง), จวด (ภาคใต้, ชุมพร, สงขลา)[2], กระเจียวสี, กระเจียวป่า เป็นต้น

ลักษณะของกระเจียวแดง
ต้นกระเจียวแดง จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน อยู่ได้นานหลายปี มีความสูงได้ประมาณ 40-60 เซนติเมตร อาจขึ้นเป็นต้นเดียวหรือหลายต้นรวมกันเป็นกอ มีความสูงได้ประมาณ 20-60 เซนติเมตร มีเหง้าใหญ่รูปรี อยู่ในแนวดิ่ง ผิวเป็นสีน้ำตาล ภายในเป็นสีขาว ขยายพันธุ์ด้วยเหง้า มีเขตการกระจายพันธุ์ในพม่าตอนเหนือ ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค โดยมักขึ้นตามป่าดิบทั่วไป ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และที่โล่งทั่วไป
ต้นกระเจียวแดง

สมุนไพรกระเจียวแดง

สรรพคุณของกระเจียวแดง
กระเจียวมีเส้นใยอาหาร (Fiber) ที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวขับถ่ายของเสียออกมา จึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ดี อีกทั้งเส้นใยอาหารยังสามารถจับคอเลสเตอรอลไว้เมื่อขับถ่ายออกมาถึงทำให้ลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ และเมื่อเส้นใยสัมผัสสารพิษและสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่มีอยู่ในอาหาร ร่างกายจึงได้รับสารพิษและสารก่อมะเร็งน้อยลงไปด้วย
ดอกอ่อนมีรสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ใช้เป็นยาขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และลดกรดในกระเพาะอาหาร จึงช่วยทำให้รู้สึกสบายท้องและช่วยให้สุขภาพดี (ดอกอ่อน)
ดอกมีสรรพคุณช่วยแก้มดลูกอักเสบสำหรับสตรีหลังคลอด (ดอก)
หน่ออ่อนใช้เป็นยาสมานแผล (หน่ออ่อน)
เหง้าใช้เป็นยาแก้ปวดเมื่อย (เหง้า)…

สมุนไพรตองกง มีลักษณะคล้ายต้นไผ่

No Comments

สมุนไพรตองกง

สมุนไพรตองกง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าไม้กวาด หญ้ายูง (ยะลา), หญ้ากาบไผ่ใหญ่ (เลย), เลาแล้ง (สุโขทัย), ก๋ง ต้นก๋ง (คนเมือง, ภาคเหนือ), ตองกง (ไทใหญ่), เค่ยแม (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), เควยะหล่า (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), มิ้วฮูเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ต้าวฉึเจ๋ (ม้ง), น่ำหยาว (เมี่ยน), ลำก๋ง ลำกร่อล (ลั้วะ), ตาร์ล (ขมุ), บ่งบิ๊ (ปะหล่อง) เป็นต้น

สมุนไพรตองกง

ต้นตองกง จัดเป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีอายุหลายปี ลำต้นกลม มีลักษณะคล้ายต้นไผ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 7.6-17.6 มิลลิเมตร ลำต้นตั้งมีกอที่แข็งแรงมาก มีความสูงของต้นประมาณ 3-4 เมตร ขยายพันธุ์

ด้วยเมล็ดและส่วนของลำต้นหรือเหง้าที่อยู่ใต้ดิน มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง โดยสามารถพบได้ทั่วไปในประเทศอินเดีย จีน หม่า รวมไปถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค โดยขึ้น

เป็นวัชพืชตามที่โล่งสองข้างทาง ตามไหล่เขา และตามชายป่า ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,800

สรรพคุณของตองกง
รากตองกงนำมาต้ม ใช้อมกลั้วคอเมื่อมีไข้ (ราก) ใบตองกงนำมาใช้กวาดแก้อาการไอของเด็กและผู้ใหญ่ (ใบ)

ผักคะน้า สรรพคุณแล้วก็ประโยชน์ที่ได้รับจาก คะน้า 30 ข้อ

No Comments
ผักคะน้า

ผักคะน้า

ผักคะน้า ชื่อสามัญ: Kai-Lan (Gai-Lan) Chinese broccoli Chinese kale คนจีนจะเรียกว่าผักประเภทนี้ว่า ไก่หลันไช่

ผักคะน้า ชื่อวิทยาศาสตร์: Brassica oleracea L. Cv. Alboglabra Group (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Brassica alboglabra L.H.Bailey) จัดอยู่ในตระกูลผักกาด (BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE)

คะน้า: เป็นผักที่มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชียซึ่งเพาะปลูกมากมายในประเทศจีน ไต้หวัน ประเทศฮ่องกง มาเลเซีย รวมถึงเมืองไทยบ้านพวกเราด้วย

ผักคะน้าเป็นผักซึ่งสามารถเพาะปลูกได้ทั้งปี (แต่ว่าขณะเพาะปลูกที่ยอดเยี่ยมจะในช่วงตุลาคม – เดือนเมษายน) มีช่วงเวลาสำหรับเพื่อการเก็บเกี่ยวสั้น สำหรับบ้านพวกเราสายพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกจะมีอยู่ร่วมกัน 3 สายพันธุ์ อย่างเช่น จำพวกใบกลม ชนิดใบแหลม ประเภทยอดหรือก้าน ฯลฯ เมื่อหาซื้อมาแล้วควรที่จะเก็บใส่เอาไว้ข้างในกล่องหรือถุงก๊อบแก๊บ ผูกหรือปิดให้แน่นแล้วก็ค่อยนำไปแช่ไว้ภายในช่องเก็บผักของตู้แช่เย็น ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาวิตามินในผักให้ดำรงอยู่ได้มากที่สุด

สรรพคุณของคะน้า

 

  • สรรพคุณของผักคะน้ามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในกับร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ
  • ผักคะน้ามีวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้นมากขึ้น (วิตามินซี)
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา (วิตามินเอ)
  • คะน้ามีสารลูทีน (Lutein) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกได้ถึง 29% (ลูทีน)
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมและยังช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตาได้อีกด้วย
  • ช่วยบำรุงโลหิต
  • ธาตุเหล็กและธาตุโฟเลตในผักคะน้ามีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
  • ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำหน้าที่ช่วยขับออกซิเจนที่เลือดนำมาไว้ใช้
  • ผักคะน้ามีแคลเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน (แคลเซียม)
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน (แคลเซียม)
  • มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
  • ผักคะน้ามีแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนลงได้ (ธาตุแมกนีเซียม)
  • ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม ทำให้อัตราการเปลี่ยนของความจำช้าลง และช่วยชะลอการเสื่อมของอายุสมอง (วิตามินอี)
  • มีคุณสมบัติช่วยป้องกันยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ยับยั้งสารก่อมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็ง ช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยขับพิษของสารก่อมะเร็ง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
  • ช่วยรักษาโรคหอบหืด เพราะช่วยลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบในหลอดลม และยังช่วยขยายหลอดลมของผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอีกด้วย
  • ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลอดลมเมื่อถูกโจมตีด้วยละอองเกสรหรือฝุ่นที่ทำให้ร่างกายต่อต้าน
  • ช่วยป้องกันโรคท้องผูก (เส้นใย)
  • การรับประทานผักคะน้าเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดตะคริว
  • ช่วยรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดอาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนในสตรีช่วงมีประจำเดือน
  • เป็นผักที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลเป็นพิเศษ เพราะผักคะน้าถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มผักที่มีน้ำตาลน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ (3-5%)
  • ช่วยเสริมสร้างสมองของเด็กทารกในครรภ์ (กรดโฟลิก)
  • ผักคะน้ามีโฟเลตสูง จำเป็นอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่เด็กทารกพิการแต่กำเนิด (โฟเลต)
  • ช่วยลดอาการกินของจุบจิบ เพราะแคลเซียมจะช่วยปรับระดับของฮอร์โมนให้คงที่ ทำให้ความอยากกินของจุบจิบสลายตัวไปได้ (ธาตุแคลเซียม)

ประโยชน์ของผักคะน้า

  • สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เมนูคะน้าก็เช่น ผัดคะน้าหมูกรอบ ผัดผักคะน้า ยำก้านคะน้า ต้มจับฉ่าย คะน้าไก่กรอบ คะน้าปลาเค็ม คะน้าเห็ดหอม คะน้าปลากระป๋อง ข้าวผัดคะน้า เป็นต้น

 

แหล่งที่มา.. happythanksgivingclipart.com