This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

This is Default Slide Title

You can completely customize Slide Background Image, Title, Text, Link URL and Text.

Read more

กล้วย สมุนไพรใกล้ตัว บรรเทาโรคกระเพาะได้ชัวร์ไม่ต้องทนกินยา

No Comments
กล้วย

กล้วย  ในเนื้อและเปลือกกล้วยมีเซโรโทนิน

กล้วย ซึ่งเป็นสารที่มีผลยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้ลำไส้เล็กบีบตัวมากขึ้น จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ โดยวิธีใช้ก็แค่นำกล้วยน้ำว้าดิบที่แก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือก) นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นขวางลูกเป็นชิ้นบาง ๆ เหมือนหั่นแตงกวาใส่ข้าวผัด เสร็จแล้วนำไปเกลี่ยใส่ถาด อย่าให้ชิ้นกล้วยซ้อนกันมากนัก ตากแดดจัด ๆ

กล้วย

สักสามแดด แล้วจึงนำมาใส่ครกตำให้ละเอียด โดยนำมาตำในขณะเก็บจากแดดใหม่ ๆ เพราะกล้วยยังกรอบอยู่จะทำให้ตำละเอียดง่าย จากนั้นเก็บใส่ขวดปากกว้างที่มีฝาปิดได้สนิท ใช้ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำค่อนแก้วกินหลังอาหารทุกมื้อ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

กระเจี๊ยบเขียว สมุนไพรใกล้ตัว บรรเทาโรคกระเพาะได้ชัวร์ไม่ต้องทนกินยา

No Comments
กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว  สมุนไพรโรคกระเพาะอาหารที่หาได้ใกล้ตัว 

กระเจี๊ยบเขียว  สรรพคุณเด่นของกระเจี๊ยบเขียวคือเป็นสมุนไพรช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ โดยในปี 2547 มีงานวิจัยที่พบว่า สารประกอบไกลโคไซเลต (Glycosylated compounds) ซึ่งประกอบด้วยโพลีแซกคาไรด์ (Polysaccharides) และไกลโคโปรตีน (Glycoproteins) ในกระเจี๊ยบเขียว มีฤทธิ์ยับยั้งความสามารถของเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลริ (Helicobacter pylori)

 กระเจี๊ยบเขียว

ในการเกาะเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร แต่สารไกลโคไซเลต จะมีฤทธิ์ลดลงเมื่อถูกความร้อน ดังนั้นตำรับยาสำหรับรักษาโรคกระเพาะจึงให้ใช้ฝักอ่อนกระเจี๊ยบเขียวหั่นตากแดด บดให้ละเอียด กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ โดยนำมาละลายในน้ำ นม น้ำผลไม้ หรืออาหารอ่อน ๆ กินวันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร (เวลา วิเคราะห์บอลละลายจะได้น้ำยาเหนียว ๆ)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

มะกรูด สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรคน้ำกัดเท้า ช่วยบรรเทาอาการได้ชะงัด !

No Comments
มะกรูด

มะกรูด นํ้ากัดเท้า มักเป็นกันบ่อยในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งนอกจากยารักษาโรคแล้ว เรายังมีสมุนไพรรักษาโรคน้ำกัดเท้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วยนะ

มะกรูด โรคน้ำกัดเท้าจริง ๆ แล้วไม่ได้รักษาได้ด้วยตัวยาเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสมุนไพรใกล้ตัวที่มีสรรพคุณรักษาโรคน้ำกัดเท้าได้ และสมุนไพรไทยแต่ละชนิดสรรพคุณก็ไม่ธรรมดาด้วยนะคะ เพราะบางอย่างก็มีคุณสมบัติรักษาโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย เอาเป็นว่าเราลองมาเช็กกันเลยว่าสมุนไพรรักษาโรคน้ำกัดเท้ามีอะไรบ้าง

มะกรูด

สมุนไพรไทยกลิ่นหอมแรงอย่างมะกรูดมีดีอยู่ที่ผิวขรุขระนี่แหละค่ะ เพราะผิวมะกรูดมีฤทธิ์กำจัดเชื้อราบนผิวหนังวิเคราะห์บอล แถมยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวของเราได้ โดยให้นำผิวมะกรูดมาคั้นเอาน้ำแล้วผสมกับน้ำมะกรูดที่คั้นสด ๆ จากนั้นนำมาเป็นยาทาแผลน้ำกัดเท้าบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้อาการน้ำกัดเท้าบรรเทาลงได้ อีกทั้งกลิ่นหอมจากมะกรูดยังมอบความรู้สึกสดชื่นให้เราด้วยนะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

ขิง สมุนไพรแก้ไอ ตำรับยาแผนไทยขับเสมหะสรรพคุณดีเด่นไม่แพ้ยาแผนปัจจุบัน

No Comments
ขิง

ขิง ขิงเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อน

ขิง ในตำรายาไทยใช้เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง เป็นยาขับลม แก้อาเจียน แก้ไอ ขับเสมหะ และขับเหงื่อ โดยใช้เหง้าสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้มกับน้ำหรือใช้ผงขิงแห้งชงน้ำดื่ม

ขิง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

มะขามป้อม ผลไม้ สมุนไพร ประโยชน์และโทษของมะขามป้อม

No Comments
มะขามป้อม

มะขามป้อม ผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูง ลักษณะของต้นมะขามป้อม เป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของมะขามป้อม สรรพคุณของมะขามป้อม

มะขามป้อม คุณค่าทางโภชนาการของมะขามป้อม สำหรับมะขามป้อมจะนำผลมะขามป้อมมาบริโภค ทั้งลักษณะของผลมะขามป้อมสด และ ผลมะขามป้อมแช่อิ่ม โดยคุณค่าทางโภชนาการของมะขามป้อม มีรายละเอียด ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของผลมะขามป้อมสด ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 58 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย น้ 84.10 กรัม ไขมัน 0.50 กรัม คาร์โบไฮเดรต 14.30 กรัม กากใยอาหาร 2.40 กรัม โปรตีน 0.70 กรัม ธาตุแคลเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 21 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.5 มิลลิกรัม และ วิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ 100 หน่วยสากล วิตามินบี 10.03 มิลลิกรัม วิตามินบี 20.04 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.2 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 276 มิลลิกรัม

คุณค่าทางโภชนาการของมะขามป้อมแช่อิ่ม ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 222 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย น้ำ 37.60 กรัม ไขมัน 0.60 กรัม คาร์โบไฮเดรต 59.80 กรัม กากใยอาหาร 1 กรัม โปรตีน 0.50 กรัม ธาตุแคลเซียม 39 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม วิตามินต่างๆ เช่น วิตามินบี 0.02 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.1 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 3 มิลลิกรัม

มะขามป้อม

ฃสารต่างๆในมะขามป้อม มีมากมายในทุกส่วนของมะขามป้อม ทั้ัง เนื้อผล เมล็ด ผลสด ผลแห้ง เปลือกผล เปลือกลำต้น ใบมะขามป้อม กิ่งมะขามป้อม และ รากมะขามป้อม โดนรายละเอียด ดังนี้

รากมะขามป้อม มี กรดเอลลาจิก และ สารลูพิออล
เปลือกลำต้น มี สารแทนนิน สารลูพิออล และ สารลูโค เดลฟินิดิน
ใบมะขามป้อม มี สารแทนนิน กรดมาลิก และ สารลูพิออล
กิ่งมะขามป้อม มี สารแทนนิน
เมล็ดมะขามป้อม มีน้ำมันหอมระเหย ฟอสฟาไทด์
เนื้อมะขามป้อม มี น้ำ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี3 สารแทนนิน กรดเพ็กทิน และ เกลือแร่ต่าง ๆ
สรรพคุณมะขามป้อม

การใช้ประโยชน์ของของมะขามป้อม ด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย สามารถใช้ประโยชน์จาก ใบมะขามป้อม ผลมะขามป้อม เมล็ดมะขามป้อม และ เปลือกมะขามป้อม รายละเอียด ดังนี้

ใบมะขามป้อม สรรพคุณบำรุงผิว ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกาย ช่วยคลายกล้ามเนื้อ แก้กระหายน้ำ ลดเสมหะ ลดน้ำตาลในเลือด บำรุงเหงือกและฟัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน รักษาแผลในปาก ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขยายหลอดลม รักษาหอบหืด รักษาแผลไฟไหม้ รักษาโรคตาแดง
ผลมะขามป้อม สรรพคุณบำรุงผิว ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกาย …

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

ว่านชักมดลูก สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สมุนไพรไทย รักษาโรค

No Comments
ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก มาที่พืชสมุนไพรสำหรับสาว ๆ กันบ้าง แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้ว

ว่านชักมดลูก เหมาะกับคุณสุภาพสตรีเป็นที่สุด เพราะเหง้าของว่านชักมดลูกมีสรรพคุณช่วยขับประจำเดือนในสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ส่วนผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตร ว่านชักมดลูกก็จะช่วยบีบมดลูกให้เข้าอู่เร็วขึ้น ขับน้ำคาวปลา และรักษาโรคมดลูกพิการปวดบวมได้

ว่านชักมดลูก

นอกจากนั้น ว่านชักมดลูก ยังแก้ริดสีดวงทวาร แก้ไส้เลื่อน แก้โรคลม รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ขณะที่รากของว่านชักมดลูกสามารถใช้แก้ท้องอืดเฟ้อได้อีกต่างหาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

ชะคราม สมุนไพร พืชล้มลุก ประโยชน์และสรรพคุณของชะคราม

No Comments
ชะคราม

ชะคราม สมุนไพร พืชล้มลุก ที่สามารถพบได้ตามพื้นที่ชายทะเล ใบชะครามนิยมนำมาทำอาหาร ใบมีรสเค็ม คุณค่าทางอาหารของชะคราม

ชะคราม คุณค่าทางโภชนาของชะครามนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของใบชะครามสด ขนาด 100 กรัม พบว่ามี สารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.81% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.40% คาร์โบไฮเดรต 2.97% แคลเซียม 36.68 มิลลิกรัม โซเดียม 2,577 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม และ 1,265

ไมโครกรัมส่วนคุณค่าทางโภชนาการของใบชะคราม พบว่ายังมีสารอาหารสำคัญแต่เจือจางลงไปบ้าง ในการศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของใบชะครามลวก ขนาด 100 กรัม พบว่า มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.58% ไขมัน 0.15% กากใยอาหาร 2.10% คาร์โบไฮเดรต 2.49% แคลเซียม 43.27 มิลลิกรัม
โซเดียม 1,656 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.14 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,683 ไมโครกรัม 1,265 ไมโครกรัลักษณะของต้นชะคราม

สำหรับต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี การขยายพันธ์ใช้การปักชำ มีลำต้นแตกกิ่งทรงพุ่มขนาดเล็ก จัดว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง แต่ เติบโตเฉพาะพื้นที่ติดกับทะเล ลักษณะของต้นชะครามมี ดังนี้

ชะคราม

ลำต้นชะคราม สูงประมาณไม่เกิน 150 เซ็นติเมตร ลำต้นอ่อนมีสีเขียว ลำต้นแก่มีสีน้ำตาลอมแดง ผิวของลำต้นเป็นตุ่มๆ เนื้อไม้อ่อน
รากของชะคราม มีรากแก้วแทงลึกลงดิน และรากแขนง
ใบของชะคราม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกเกือบกลม เรียวยาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ต่อมาที่เจริญเต็มที่จะมีสีเทาเงินอมเขียว ใบชะครามแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือ สีคราม
ดอกชะคราม ออกเป็นช่อ ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกชะครามอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนกลีบดอกชะครามแก่มีสีแดงเรื่อ
ผลชะคราม ทรงกลม ขนาดเล็ก เปลือกผลอ่อนมีสีเขียวอมน้ำตาล ส่วนเปลือกผลแก่มีสีน้ำตาล ด้านในผลชะครามมีเมล็ด 1 เมล็ด
ประโยชน์ชะคราม

สำหรับประโยชน์ของชะครามนั้นนิยมนำมาทำอาหารรับประทาน ให้รสชาติเค็ม นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของแกงส้ม แกงมัสมั่น เป็นต้น ส่วนใบของชะครามมีสรรพคุณทางยามากมาย นำมาสะกัดน้ำมันเป็นส่วนผสมของยาสระผม ทำให้ผมเงางาม

สรรพคุณชะครามสำหรับประโยชน์ของชะครามในด้าน การบำรุงร่างกาย และ การรักษาโรคนั้น สามารถแยกสรรพคุณของส่วนต่างๆของชะครามได้ ดังนี้

ใบของชะคราม ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน รักษาโรคคอพอก กระตุ้นระบบประสาท บำรุงสายตา แก้อาการตามัว รักษากลากเกลื้อน แก้อาการผื่นคัน ลดอาการบวมของแผล ลดอาการปวดจากแมลงกัดต่อย รักษารากผม แก้ผมร่วง
รากของชะคราม ใช้เป็นยาบำรุงกระดูก แก้พิษฝีภายใน ดับพิษในกระดูก แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน แก้โรคผิวหนัง และ รักษาเส้นเอ็นพิการ
ลำต้นของชะคราม รักษารากผม แก้ผมร่วง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

กระเจียว สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของต้นกระเจียว

No Comments
กระเจียว

กระเจียว ชล้มลุก พืชตระกูลขิง มีกากใยอาหารสูง ลักษณะของต้นกระเจียว เป็นอย่างไร

กระเจียว คุณค่าทางโภชนาการของกระเจียวสำหรับกระเจียว นิยมนำมารับประทานหน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว ทานเป็นผักสด โดยนักโภชนากการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของกระเจียวขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัย ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม โปรตีน 1.3 กรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม แคลเซียม 45 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2 มิลลิกรัม และ วิตามินต่างๆ คือ วิตามินเอ วิตามินบี1 และ วิตามินบี2

ประโยชน์ของกระเจียวสำหรับการใช้ประโยชน์ของกระเจียว นั้นนิยมนำมารับประทานเหมือนผักพื้นบ้านทั่วไป โดยรับประทานหน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว นำมาลวก กินเป็นผักสด นิยมรับประทานกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ ขนมจีนน้ำยา ซึ่งประโยชน์จากการรับประทานกระเจียวนอกจากจะเป็นอาหารแล้ว มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและการรักษาโรคอีกด้วย

กระเจียว

สรรพคุณของกระเจียวต้นกระเจียว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ตั้งแต่ เหง้า ดอก หน่ออ่อน และ ดอก โดยรายละเอียดดังนี้ลำต้นกระเจียว มีกากใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวขับถ่ายได้ดี ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยขับสารพิษตกค้าในร่างกาย หน่ออ่อนใช้เป็นยาสมานแผล
ดอกกระเจียว มีรสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม สรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืด รักษาท้องเฟ้อ ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยแก้มดลูกอักเสบสำหรับสตรีหลังคลอด
เหง้าของกระเจียว สรรพคุณเป็นยาแก้ปวดเมื่อย

โทษของกระเจียวสำหรับการกินกระเจียว ไม่นิยมกิน ใบ และ เหง้า ของกระเจียว เนื่องจากมีรสเผ็ดร้อนเหมือนขิง ข่า ตะไคร้ หากกินมากๆ ก็มีความเป็นพิษต่อร่างกาย แต่การกินกระเจียว จะกิน หน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว โดยก่อนการกินให้นำไปลวกก่อน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

มะระขี้นก สมุนไพรรักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพก็ได้ ลดน้ำตาลก็ดีไม่เบา

No Comments
มะระขี้นก

มะระขี้นก หนึ่งในสมุนไพรตระกูลมะระ สมุนไพรรสชาติขมปี๋ที่ให้ใครได้ยินชื่อก็ไม่อยากจะลอง แต่ถ้าไม่อยากพลาดของดีต้องลองอ่านสักนิดแล้วตัดสินใจใหม่

มะระขี้นก  สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ต้านอาการของโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด

มะระขี้นก

นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทในร่างกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย

นอกจากนี้มะระขี้นกยังมีคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย และสามารถนำมารับประทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยแท้ๆ พร้อมประโยชน์ และการนำไปใช้ให้ถูกวิธี

No Comments
ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน ขมิ้นมีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง เพียงรับประทานขมิ้นชันวันละ 1 ช้อนชาเป็นประจำก็จะช่วยลดอาการผิวหนังอักเสบชนิดต่าง ๆ ได้ ไม่เว้นโรคสะเก็ดเงิน

ขมิ้นชัน ขมิ้นชันนอกจากที่จะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ก็ยังถือเป็นพืชที่มีคุณค่าทางยาอีกด้วย ซึ่งชาวไทยนิยมนำส่วนต่างๆ มาใช้เป็นยาเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นรับร่างกาย โดยสามารถดูรายละเอียดได้ดังนี้

เหง้า : เหง้ารสฝาดหวานเอียด ใช้สำหรับแก้อาการไข้เรื้อรัง ผอมเหลือง แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะและโลหิต แก้ท้องร่วง สมานแผล แก้ธาตุพิการ ขับผายลม แก้ผื่นคัน ขับกลิ่นและสิ่งสกปรกในร่างกาย คุมธาตุ หยอดตาแก้ตาบวม ตาแดง น้ำคั้นจากเหง้าสดทาแก้แผลถลอก แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ลดอาการอักเสบ ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง นำมาอัดเม็ดทำเป็นยารักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอ่อนแอ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง แก้บิด
ผงขมิ้น : (น้ำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง) นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด
ขมิ้นสด : (ใช้เหง้าสดล้างให้สะอาด) ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมน้ำปูนใสพอกบาดแผลและแก้เคล็ดขัดยอก เผาไฟ ตำกับน้ำปูนใส รับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด

ขมิ้นชัน

วิธีใช้รับประทานผงขมิ้นชันในขนาด 1.5 – 4 กรัม/วัน แบ่งเป็นวันละ 3 – 4 ครั้ง ช่วงเวลาหลังอาหารและก่อนนอน
ใช้ขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานช่วงเวลาหลังอาหารและก่อนนอน ครั้งละ 3 – 5 เม็ด วันละ 3 เวลา
การใช้ขมิ้นรักษาอาการท้องเสีย

วิธีใช้ใช้ขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานช่วงเวลาหลังอาหารและก่อนนอน ครั้งละ 3 – 5 เม็ด วันละ 3 เวลา
การใช้ขมิ้นรักษาแผลและแมลงกัดต่อย

วิธีใช้ใช้ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2 – 3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำมันกลายเป็นสีเหลือง ใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผล
นำขมิ้นชันมาล้างให้สะอาดแล้วตำจนละเอียด คั้นเอาน้ำที่ได้มาใส่แผล
เอาขมิ้นชันผสมกับน้ำปูนใสเล็กน้อย จากนั้นให้ผสมสารส้ม หรือดินประสิว พอกบริเวณที่เป็นแผลและแก้เคล็ดขัดยอก
การใช้ขมิ้นเพื่อรักษากลาก เกลื้อน

วิธีใช้ผสมขมิ้นกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นกลาก เกลื้อน จำนวน 2 ครั้ง/วัน
การใช้ขมิ้นชันในการกำจัดและป้องกันศัตรูพืช
วิธีใช้
ตำขมิ้นชั้นแห้งครึ่งกิโลกรัมให้ละเอียด จากนั้นนำไปหมักในน้ำ 2 ลิตร ทิ้งไว้ค้างคืน เมื่อได้ที่แล้วจึงกรองเอาเฉพาะน้ำไปผสมน้ำเพิ่มอีก 2 ลิตร ใช้ฉีดพ่นแปลงผักจะช่วยป้องกันหนอนใยผัก หนอนกระทูผัก และหนอนผีเสื้อทั่วไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.honestdocs.co/

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ: